เปิดเวบเมื่อ 19/02/2553
ปรับปรุงเวบเมื่อ 16/05/2555
ผู้ชมทั้งหมด
สินค้าทั้งหมด 412









       ยินดีต้อนรับ      

 

 ของขวัญ ของที่ระลึกแบบไทยๆ เข็มกลัดไทย ของขวัญผู้ใหญ่ ของขวัญวิทยากร ของที่ระลึกชาวต่างชาติ ของพรีเมี่ยม ของสะสม เน้นเอกลักษณ์ไทย มีมากมายหลายแบบให้เลือกชม ในราคามิตรภาพ

สั่งซื้อจำนวนมากมีส่วนลดพิเศษค่ะ โทร. 02 972 4944 หรือ 082 220 4422

รายละเอียดสินค้า/บริการ
สินค้า/บริการ >> เข็มกลัดพระ- หลวงปู่ทวด หลวงพ่อโต พระประจำวันเกิด >> พระสีวลีมหาลาภ (แบกกลดถือไม้เท้า)

พระสีวลีมหาลาภ (แบกกลดถือไม้เท้า) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่
455
พระสีวลีมหาลาภ (แบกกลดถือไม้เท้า)

  Tell a Friend
พระสีวลีมหาลาภ (แบกกลดถือไม้เท้า) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระสีวลีมหาลาภ (แบกกลดถือไม้เท้า) - คลิกที่นี่เพื่อดูรูปภาพใหญ่

พระสีวลีมหาลาภ (แบกกลดถือไม้เท้า)

รหัสสินค้า: 000371
ปกติ 299.00 บาท  
ราคาพิเศษ 199.00 บาท

ประหยัด 100.00 บาท
รายละเอียด:

เข็มกลัดพระสีวลี

 ทำจากโลหะผสม ตัวเรือนชุบด้วยทองไมครอน (ไม่ลอก ไม่ดำง่าย) สีทองใสสว่าง ประดับด้วยคริสตัลหลายขนาด (ขนาดใหญ่เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 มม. ขนาดกลาง 2 มม. ขนาดเล็ก 1 มม.) ส่องแสงประกายแวววับ 

 ด้านหน้าแกะสลักได้อย่างประณีตงดงาม อ่อนช้อยด้วยลายเส้นแบบไทยๆ ด้านหลังตัวเรือนมี 2 ข้อห่วง คือ ข้อห่วงสำหรับใช้คล้องสายสร้อย และข้อห่วง (เก็บปลายเข็ม) สำหรับใช้กลัดเสื้อผ้า

 สามารถใช้เป็นเครื่องประดับ หรือใช้เป็นวัตถุมงคลสำหรับบูชา หรือเป็นของที่ระลึก หรือเป็นของสะสม เพราะมีความหมายที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้ที่ได้ครอบครอง พระสีวลีช่วยเสริมด้านเมตตามหานิยมและป้องกันภัยอันตราย ผู้หมั่นสักการบูชาอยู่เสมอ จะเจริญด้วยลาภ ถ้าไปค้าขายหรือไปหาลาภ ภาวนาคาถา 

 จัดแต่งในกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำฝากล่องเป็นกระจก ภายในบุด้วยกำมะหยี่สีแดง (กล่องขนาด กว้าง 8 ซม. X ยาว 8 ซม. X สูง 3 ซม.) ผูกโบว์สีทองสวยงาม พร้อมบทสวดบูชา เหมาะสำหรับเป็นของขวัญ ของที่ระลึกผู้ใหญ่ วิทยากร และชาวต่างชาติ
 

ประวัติพระสีวลีเถระ (เอตทัคคะในทางผู้มีลาภมาก)

      พระสีวลี เป็นโอรสของพระนางสุปปวาสาราชธิดาแห่งโกลิยนคร ตั้งแต่ท่านจุติลงถือ ปฏิสนธิในครรภ์ของพระมารดา ได้ทำให้ลาภสักการะเกิดขึ้นแก่พระมารดาเป็นอันมาก ท่าน อาศัยอยู่ในครรภ์ของพระมารดา นานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน ครั้นเมื่อใกล้เวลาจะประสูติ พระมารดาได้รับทุกขเวทนาอย่างแรงกล้า พระนางจึงขอให้พระสวามีไปกราบบังคมทูลขอพร จากพระบรมศาสดาและพระพุทธองค์ตรัสประทานพรแก่พระนางว่า“ขอพระนางสุปปวาสา พระราชธิดาแห่งพระเจ้ากรุงโกลิยะ จงเป็นหญิงมีความสุข ปราศจากโรคาพยาธิ ประสูติพระราชโอรสผู้หาโรคมิได้เถิด” 

      ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธานุภาพ ทุกขเวทนาของพระนางก็อันตรธานไป พระนางได้ประสูติพระราชโอรสอย่างง่ายดาย ดุจน้ำไหลออกจากหม้อ พระประยูรญาติทั้งหลายได้ขนานพระนามพระราชโอรสของพระนางสุปปวาสาว่า “สีวลีกุมาร”

      (สาเหตุที่พระสิวลีกับพระมารดาต้องทรมานอยู่ถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน คือ ในอดีตชาติของพระสีวลีกับพระมารดานั้น พระสีวลีเคยเป็นราชาของเมืองหนึ่ง แล้วกำลังยกทัพไปตีอีกเมืองแต่ปรากฏว่าเมืองนั้นใช้วิธีปิดเมืองไม่ออกมาสู้ด้วย พระราชาจึงไปขอคำปรึกษากับพระมารดา และได้วิธีคือ ให้ใช้วิธีปิดทางเข้าออกของเสบียงทุกอย่างไม่ให้เข้าไปในเมืองได้ จนกระทั่งคนในเมืองนั้นได้รับความเดือดร้อนทรมานกันจนต้องยอมเปิดเมือง ซึ่งผลกรรมนั้นเองทำให้พระราชา และพระมารดา ต้องเกิดมารับกรรมนั้นตามมาทุกๆชาติจนถึงชาติสุดท้าย นั่นคือ พระสีวลีที่ต้องอยู่ในครรภ์นานถึง ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน กับพระมารดาที่ต้องอุ้มท้องนานเท่ากัน )

   เมื่อพระนางสุปปวาสามีพระวรกายแข็งแรงดีแล้ว มีพระประสงค์ที่จะถวายมหาทานติดต่อกันเป็นเวลา ๗ วัน จึงความประสงค์แก่พระสวามีให้กราบทูลอาราธนาพระบรมศาสดาพร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์ มารับมหาทานอาหารบิณฑบาตในพระราชนิเวศน์ ตลอด ๗ วัน ในวันถวายมหาทานนั้น สีวลีกุมาร มีพระวรกายเข้มแข็งดุจกุมารผู้มีพระชนม์ ๗ พรรษา ได้ช่วยพระบิดาและพระมารดาจัดแจงกิจต่างๆ มีการนำธมกรก (ธะมะกะหรก = กระบอกกรองน้ำ) มากรองน้ำดื่มและอังคาสพระบรมศาสดาและหมู่พระภิกษุสงฆ์ ในขณะที่สีวลีกุมารช่วยพระบิดาและพระมารดาอยู่นั้น ท่านพระสารีบุตรเถระได้สังเกตดูอยู่ตลอดเวลา และเกิดความรู้สึกพอใจในพระราชกุมารน้อยเป็นอย่างมาก ครั้นถึงวันที่ ๗ ซึ่งเป็นวันสุดท้าย พระเถระได้สนทนากับสีวลีกุมารแล้วชักชวนให้มาบวช สีวลีกุมารผู้มีจิตน้อมไปในการบวชอยู่แล้ว เมื่อพระเถระชักชวนจึงกราบทูลขออนุญาตจากพระบิดาและพระมารดา เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงติดตามพระเถระไปยังพระอาราม

   พระสารีบุตรเถระ ผู้รับภาระเป็นพระอุปัชฌาย์ ได้สอนพระกรรมฐานเบื้องต้น คือ ตจปัญจกกรรมฐานทั้ง ๕ ได้แก่ เกสา(ผม) โลมา(ขน) นขา(เล็บ) ทันตา(ฟัน) ตโจ (หนัง) ให้ พิจารณาของทั้ง ๕ เหล่านี้ว่าเป็นของไม่งามเป็นของสกปรก ไม่ควรเข้าไปยึดติดหลงใหลในสิ่งเหล่านี้ สีวลีกุมาร ได้สดับพระกรรมฐานนั้นแล้วนำไปพิจารณาในขณะที่กำลังจรดมีดโกนเพื่อโกนผม ครั้งแรกนั้นท่านได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน จรดมีดโกนลงครั้งที่ ๒ ท่านได้บรรลุเป็นพระสกทาคามี จรดมีดโกนลงครั้งที่ ๓ ท่านได้บรรลุเป็นพระอนาคามี และเมื่อโกนผมเสร็จท่านได้บรรลุเป็นพระอรหันต์


บทสวดบูชา

คาถาบูชาพระสิวลี (หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม จ.ชัยนาท)

(ตั้งนะโม ๓ จบ)

 สีวะลี จะ มะหาเถโร ปัจจะยะลาภะปูชิโต มะนุสโสเทวะตาอินโท

 พระมายะโม ยักขาวา ปิตัสสะ นิรันตะรัง ปะนะ ลาภะ สักการเรอาเน็นติ

 นิจจัง สิวะลิดเถรัสสะลาโภจะ สักกาโร โหติ สีวะลีมะหาเถรันจะปูชะกัสสะ

 สะทาวาปิ คาถันจะ สังวัดตะนัสสะลาโภจะ สักกาโรโหติเถรัสสะ อานุภาเวนะ

 ลาโภเมโหตุสัพพะทาเอเตนะ สัจจะวัดเชนะ ลาโภเมโหตุ สัพพะทาฯ


คำอาราธนาพระสิวลี

 สีวลี จะ มะหาเถโร เทวะตา นะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ

 สีวลี จะ มะหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง

 วันทามิ สัพพะทา สีวลี เถรัสสะ เอตัง คุณัง สวัสติลาภัง ภะวันตุ เมฯ


คำบูชาพระสิวลี

 อิมินา สักกาเรนะ สีวลีเถรัง อะภิปูชะยามิ

 เมื่อบูชาแล้วกำหนดภาวนาในใจว่า

 สีวลี จะ มะหาเถโร อินโท พรัมมาจะ ปูชิตัง สัพพะลาภัง ประสิทธิเม

 เถรัสสะ อานุภาเวนะ สัพพะโสตถี ภะวันตุเมฯ


คาถาบูชาพระสีวลี (แบบย่อ)

สีวลี จะ มหาเถโร ชัยยะสิทโธ มหิทธิโก เถรัสสะ นุภาเวนะ (สวด ๙ จบ)


คาถาเวลาไปติดต่อธุรกิจ

นะ ชาลีติ ปะสิทธิลาภา

คาถาบูชาประจำวันเกิด  (เกิดวันใดก็ท่องคาถาประจำวันนั้นๆ แต่คนโบราณนิยมสวดภาวนาทุกวัน โดยสวดตามพระคาถาให้ตรงกับวันนั้นๆ เช่น วันจันทร์ก็สวดบทประจำวันจันทร์)

วันอาทิตย์ (สวด ๖ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหานามัง  สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะฯ 

วันจันทร์ (สวด ๑๕ จบ)

ยัง ยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทูเรหิวา สะมีเปหิวา เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะฯ

วันอังคาร (สวด ๘ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร โสระโห ปัจจะยาทิมหิ เชยยะลาโภ มหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทาฯ

วันพุธ (สวด ๑๗ จบ)

ทิตติตถะภะเวราชา  ปิยาจะ คะระตุเม เย  สารัตติ นิรันตะรัง  สัพพะสุขาวะหาฯ

วันพฤหัสบดี (สวด ๑๙ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร  ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห  ปัจจะยาทิมหิ อะหัง  วันทามิ สัพพะทาฯ

วันศุกร์ (สวด ๒๐ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะระปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มหาลาภัง กะโรนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภะ ภะวันตุ สัพพะทาฯ

วันเสาร์ (สวด ๑๐ จบ)

ฉิมพะลี จะ มหานามัง อินทาพรหมา จะปูชิตัง  สัพพะลาภัง ปะสิทธิ เม เถรัสสานุภาเวนะ สะทา
สุขี ปิยัง มะมะฯ