รายละเอียด:
ทำจากโลหะผสม ตัวเรือนชุบด้วยทอง ประดับด้วยคริสตัลขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2 มม. ส่องแสงประกายแวววับ
ด้านหน้าแกะสลักได้อย่างประณีตงดงาม อ่อนช้อยด้วยลายเส้นแบบไทยๆ ด้านหลังตัวเรือนมีห่วง(เก็บปลายเข็ม) สำหรับใช้กลัดเสื้อผ้า
สามารถ ใช้เป็นเครื่องประดับ เป็นของที่ระลึก ของสะสม ของพรีเมี่ยม สำหรับให้เป็นของขวัญวันเกิด ของชำร่วย เพราะมีความงดงามเป็นเอกลักษณ์แบบไทยๆ
จัดแต่งในกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีดำ ฝากล่องเป็นกระจก ภายในบุด้วยกำมะหยี่สีแดง (กล่องขนาด กว้าง 6 ซม. X ยาว 6 ซม. X สูง 2.7 ซม.)
วิธีการเก็บรักษา
เพื่อ ให้ตัวเรือนสีทองอยู่คงนาน ควรหลีกเลี่ยงน้ำหอม สเปรย์ เครื่องสำอางที่มีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสม และเหงื่อไคล หากหลีกเลี่ยงไม่ได้หลังจากเลิกใช้งานแล้ว ควรรีบชำระล้างด้วยน้ำเปล่าและเช็ดให้แห้งก่อนเก็บลงในกล่อง หรือถุงซิป จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้นานถึง 2 ปี
ประวัติและที่ตั้ง ของวัดบวรนิเวศวิหาร
วัดบวรนิเวศวิหารเป็นวัดชั้นเอกชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ต้นถนนตะนาวและถนนเฟื่องนคร บางลำภู กรุงเทพฯ แต่เดิมวัดนี้เป็นวัดใหม่อยุ่ใกล้กับวัดรังษีสุทธาวาส ต่อมาได้รวมเข้าเป็น วัดเดียวกัน โดยกรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพย์ ในรัชกาลที่ ๓ ทรงสร้างขั้นใหม่ วัดนี้ ได้รับการทะนุบำรุง และสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆขึ้นจนเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่ง โดยเฉพาะในสมัย ปลายรัชกาลที่ ๓ เมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงอาราธนา สมเด็จพระ อนุชาธิราชเจ้าฟ้ามงกุฏ ซึ่งผนวชเป็นพระภิกษุ อยู่วัดสมอราย (วัดราชาธิวาส) เสด็จมาครอง เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๕ ทำให้วัดนี้ได้รับการบูรณะ ปฏิสังขรณ์ และเสริมสร้างสิ่งต่างๆขึ้น
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระราชาคณะเสด็จประทับที่วัดนี้แล้วทรง บูรณะปฏิสังขรณ์และสร้างถาวรวัตถุต่างๆเพิ่มเติมขึ้นหลายอย่าง พร้อมทั้งได้รับพระราชทาน ตำหนักจากรัชกาลที่ ๓ ด้วย ในสมัยต่อมาวัดนี้ เป็นวัดที่ประทับของพระมหากษัตริย์ เมื่อทรง ผนวชหลายพระองค์ เช่นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๕ และ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน จึงทำให้วัดนี้ได้รับการทะนุบำรุงให้คงสภาพดีอยู่เสมอ ในปัจจุบัน นี้ ศิลปกรรมโบราณวัตถุ และ ศิลปวัตถุ หลายสิ่งหลายอย่างอยู่ในสภาพดีพอที่จะชม และ ศึกษาได้ เป็นจำนวนไม่น้อย
ที่มา: http://www.dhammathai.org/watthai/bangkok/watbowon.php